เป็นผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ครอบคลุมทั้ง UV-B และ UV-A เนื้อเกลี่ยง่าย ไม่เหนอะผิว ใช้สารกันแดดคุณภาพสูง ไม่ทิ้งคราบขาว ไม่ทำให้หน้าวอก ป้องกันรังสีทั้ง UV-B UV-A PA+++ เป็นสารป้องกันรังสีชนิดอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองต่อผิว สามารถใช้ได้ทั้งผิวเด็ก ผิวบอบบาง และผิวแพ้ง่าย ผสานสารสกัดสมุนไพรที่ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ผิวแลดูขาวกระจ่างใสขึ้นจริงเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
Aruvee pro. Sunscreen ใช้สารกันแดดคุณภาพสูงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีหลักการทำงานคือการดูดซับรังสีแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนกระจายออกไม่ให้รังสีเข้าสู่ผิว ซึ่งต่างจากครีมกันแดดทั่วไปในท้องตลาดที่นิยมใช้โลหะหนักเช่น Titanium Dioxide หรือ Zinc Oxide แบบเดิมที่ทำหน้าที่พอกหน้าเพื่อสะท้อนรังสีโดยตรง ซึ่งมีราคาถูกกว่ามาก จะทำให้หน้าเหนอะ ขาววอก และมีโอกาสระคายเคืองหรืออุดตันต่อผิวสูงมาก
ด้วยนวัตกรรมแบบใหม่จึงทำให้เป็นครีมกันแดดที่อ่อนโยน นุ่มลื่น ซึมผิวได้ดี ไม่เหนอะหนาค้างผิว เหมาะสำหรับการทาก่อนแต่งหน้า ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ทั้งยังป้องกันรังสีและมลพิษจากแสงแดดได้เหมาะสมกับสภาพอากาสเมืองไทย
รังสี มีได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็น จากดวงอาทิตย์ จากเตาแก๊ส เตาถ่านหรือแม้กระทั่งหลอดไฟ จากการศึกษาผิวหน้าของคนขับรถส่งของพบว่า อายุผิวหน้าด้านที่ใกล้หน้าต่างจะแก่กว่า มีรอยย่นมากกว่า เพราะได้รับรังสีจากแสงอาทิตย์มากกว่าอีกด้าน จึงจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดไม่ว่าจะทำอะไร และเนื่องจากพฤติกรรมระหว่างวันจะทำให้มีการหลุดลอก และการระเหยของกันแดดจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงเมื่อเวลาผ่านไป การใช้ครีมกันแดดจึงควรเติมทุก 3-4 ชม.
ส่วนผสมและคุณประโยชน์
Allantoin สารสกัดจากดอก Comfrey ป้องกันการแพ้และการระคายเคือง ลดอาการอักเสบของผิว เสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื้อผิวขึ้นมาใหม่ ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง ใช้ได้แม้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทารก
DPG สารสกัดคุณภาพสูงจากรากของชะเอม ช่วยลดอาการอักเสบ ลดการละคายเคืองและการแพ้ของผิวหนังได้ดีมาก และช่วยลดริ้วรอยดำ-แดงจากแสงแดดและรอยสิว ได้เป็นอย่างดี
Vitamin E วิตามินอีช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอยแห่งวัย บำรุงผิว ทำให้ผิวอ่อนเยาว์เนียนนุ่มน่าสัมผัส เป็นสารต้านแอนติออกซิแดนซ์ทั้งยังทำให้สูตรมีความเสถียรมากขึ้น
OMC สารป้องกันการแพ้และสารกันแดด Anti-Irritate and Sunscreen ปกป้องผิวจากรังสี UVB มีความเสถียรสูงไม่เสื่อมสภาพง่าย สูตรนี้ใช้ร่วมกับ antioxidant Vitamin E Acetate เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียร
Octocrylene สารกันแดดกลุ่ม organic sunscreen ปกป้องผิวจาก UVB, UVA II หรือ UVA คลื่นสั้น ชนิดเหลว ปกป้องทั้ง UVA และ UVB ซึ่ง UVA ก่อให้เกิดริ้วรอย เกิดกระบวนการ aging ของผิว (เร่งอายุผิว) UVB ก่อให้เกิดผิวหนังไหม้ จึงจำเป็นต้องปกป้องทั้ง UVA, UVB ไปพร้อมๆกัน
Cyclopentasiloxane ซิลิโคนชนิดเบา มีลักษณะนุ่มลื่น เนื้อบางเบา สามารถระเหยได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับใช้ผสมในเครื่องสำอางเพื่อช่วยนำพาสาร active เข้าสู่ผิวหนัง มีคุณสมบัติพิเศษคือไม่เหนอะหนะ และให้ความรู้สึกนุ่มลื่น (silky soft) เมื่อใช้บนผิว ใช้ปรับเนื้อครีม ให้นุ่มลื่นบางเบาขึ้น แต่จะทิ้งความนุ่มลื่นไว้เพียงช่วงระยะเวลาไม่นาน และที่สำคัญคือไม่อุดตันรูขุมขน เป็นสารที่อ่อนโยนปลอดภัยไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง
Silasoma สารป้องกันรังสีทำหน้าที่ดูดกลืนรังสีและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน โดยสารป้องกัน UV นี้ หุ้มด้วย silk protein ทำให้เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น อนุภาค 2 ไมครอน ทำให้สารเรียงตัวอยู่บนผิว ไม่ซึมลงไปสะสมใต้ผิวหนัง จึงไม่ระคายเคือง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงจัดเป็นสารกันแดดชนิดอ่อนโยน ใช้ได้ทั้งผิวเด็ก ผิวบอบบาง และผิวแพ้ง่าย
Centella Asiatica Extract สารสกัดจากใบบัวบก ช่วยสมานผิวให้เรียบเนียน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนของผิว ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความยืดหยุ่น ช่วยลบรอยจุดด่างดำ ป้องกันการเกิดแผลเป็น ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้รอยแผลมีขนาดเล็กลง ยับยั้งการเกิดแผลเป็นชนิดนูน
Aloe Vera Extract สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ผิวเรียบเนียน ลบรอยจุดด่างดำ ช่วยสมานผิว ป้องกันการอักเสบของผิว ปกป้องผิวจากแสงแดด
Curcuma Extract สารสกัดจากว่านชักมดลูก มีสารกลุ่มไฟโตเอสโตรเจนมีฤทธิ์ต้าน ออกซิเดชั่นและต้านการอักเสบ ผิว สดใสเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ผิวยกกระชับ เต่งตึง ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว สิว ฝ้า
Mild Preservative ใช้สารกันเสียชนิดอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิว
ขนาดบรรจุ 70 กรัม
เลขที่จดแจ้ง 10-1-6300042496
ค่า SPF และ PA+++
ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ(ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที
SPF คืออะไร
ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ทำไม SPF สูง จึงไม่ได้ดีกว่าเสมอไป
โดยทั่วไป ครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่วๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแถบเอเชียอย่างเราๆ แต่สำหรับคนที่ผิวไวต่อแดด หรือผิวถูกแผดเผาให้หมองคล้ำได้ง่ายนั้น ใช้ SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอที่จะปกป้องผิวได้แล้ว ซึ่งค่า SPF ที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัวจะได้ค่าการป้องกันรังสีที่เพิ่มเพียงเล็กน้อย ซึ่งแทบจะไม่ต่างกันในทางปฏิบัติ แต่ต้องแลกมาด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวเหนอะขึ้นมาก ซึ่งครีมบำรุงผิวหน้าส่วนใหญ่จะมีค่า SPF ไม่เกิน 15 แต่ในตลาดไทย คนจะเชื่อว่ายิ่งสูงยิ่งดี ซึ่งครีมกันแดดที่ขายทั่วไประบุค่า SPF สูงมากๆ แต่เนื้อบางเบามากนั้น อาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง เพราะเมื่อตรวจสอบจะไม่ได้ผลตรงตามนั้น
ตัวอย่าง ค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV
- ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50%
- ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 75%
- ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
- ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
- ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
- ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
- ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
- ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%
จะเห็นว่า ค่า SPF หลังจาก 30 ค่าที่จะป้องกัน แสง UV ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่ากับ SPF ที่เพิ่มขึ้น เมื่อผู้บริโภคตระหนักถึง ความสำคัญของครีมกันแดดแล้ว ก็จะคิดได้ว่า ถ้าหากค่า SPF สูงๆ ย่อมที่จะป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าแน่นอน เราจึงเห็นครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 100 ขายกันอยู่ เพื่อเป็นจุดขาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูตลกมาก
ค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะปกป้องแสดงแดดได้ดีไปกว่า ค่า SPF ที่ต่ำกว่า ในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูงๆ นั้นจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และยังเป็นไปไปได้ว่าอาจจะมีผลข้างเคียงที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้เช่นอาจ จะเกิดผดผื่นคันได้ นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ เกิดรอยด่างขึ้นได้ และยังอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบสีเหลืองติดเสื้อผ้าอีกด้วย
PA คืออะไร
ครีมกันแดดใหม่ๆ ที่วางขายกันในตลาดมักประกอบไปด้วย UVA Filter และค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA เรียกว่า PA
PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซึมของรังสี UVA ดังนั้นจึงถือเอาคำว่า PA เป็นหน่วยวัดรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการ
ค่า PA นั้นจะมี 3 ระดับคือ
PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA
PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด
ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้แค่ค่า SPF อย่างเดียว หรือค่า PA อย่างเดียว ก็หมายความว่า ผลิตภัณฑ์นั้นไม่สามารถปกป้องผิวจากทั้ง 2 รังสีได้พร้อมๆ กัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการระบุทั้งสองค่าไปเลยดีกว่า เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด






